ประเด็นสำคัญ
- ขนาดการดำเนินงาน: โครงการตั้งเป้าแจกจ่ายอาหารมากกว่า 5 ล้านมื้อภายในสิ้นปี 2569 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมโดยประมาณ 250 ล้านบาท
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: แพลตฟอร์มกลางบน Line OA และความร่วมมือกับ NSTDA และ Scholars of Sustenance (SOS Thailand) คือแกนหลักทางเทคโนโลยีของโครงการ
- เป้าหมาย ESG (มาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล): กรอบการทำงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "Zero Waste to Landfill" ของ CP Axtra โดยมีกำหนดบรรลุเป้าหมายในปี 2573
CP Axtra ปรับนิยามใหม่ของการจัดการอาหารส่วนเกินในประเทศไทย

CP Axtra ผู้ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Makro และ Lotus's ในประเทศไทย ได้วางโครงสร้างโครงการ "อาหารไม่ทิ้ง" ในฐานะระบบระดับองค์กรเต็มรูปแบบ (enterprise-scale system) ที่ห่างไกลจากตรรกะของการสงเคราะห์ทั่วไป แกนกลางของการดำเนินงานคือแพลตฟอร์มดิจิทัลบน Line OA ซึ่งผู้นำชุมชนและองค์กร Scholars of Sustenance (SOS Thailand) ใช้ติดตามอาหารส่วนเกินแบบเรียลไทม์ พร้อมประสานห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เพื่อขจัดความไม่มีประสิทธิภาพและความซ้ำซ้อนในการกระจายสินค้า

การควบคุมคุณภาพอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) ซึ่งจัดหาชุดทดสอบอาหารแบบรวดเร็ว (rapid test kits) ที่สามารถรับรองความปลอดภัยของอาหารตามมาตรฐานอุตสาหกรรม องค์ประกอบนี้คือสิ่งที่แยกโครงการนี้ออกจากรูปแบบการกระจายอาหารแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน ด้วยการนำเสนอโปรโตคอลการตรวจสอบที่วัดผลได้และสามารถทำซ้ำได้ตลอดห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด
ในมิติเศรษฐมหภาค (macroeconomic) การดำเนินงานนี้แปลงของเสียทางโลจิสติกส์ให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่วัดมูลค่าได้ โดยมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมโดยประมาณอยู่ที่ 250 ล้านบาท และมีเป้าหมายการแจกจ่ายมากกว่า 5 ล้านมื้อในปี 2569 สำหรับบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ กรอบการทำงานที่ CP Axtra พัฒนาขึ้นนำเสนอกรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมของการบูรณาการเป้าหมาย ESG เข้าสู่ธุรกิจหลัก (core business) พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าการนำห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียน (circular supply chain) มาใช้ดิจิทัลนั้นเป็นกลไกเชิงปฏิบัติการที่ขยายขนาดและวัดผลได้จริง
